15 วิธีแก้ปัญหา iPhone แบตเตอรี่หมดไว หลังอัพเดท iOS 10

หลายครั้งหลังการอัพเดท iOs จะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแบตหมดไว แนะนำวิธีการประหยัดแบตเตอรี่ของ iPhone 5, 5s, 5c, 6, 6 Plus, 6s, 6s Plus และ SE หลังอัพเดท iOS 10 แล้วแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ แก้ปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ทำได้อย่างไร มาดูกัน

สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่ใช้ iPhone และอัพเดทเป็น iOS 10 แล้วกำลังประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติหรือใช้งานได้ไม่ถึงวันก็หมดเสียแล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีที่จะช่วยให้แบตเตอรี่ iPhone กลับมาใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกครั้งด้วย 15 ขั้นตอนที่จะช่วยแก้ปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติหลังอัพเดท iOS 10 นั้นเป็นเพราะซอฟต์แวร์ดังกล่าวใช้งานทรัพยากรภายในเครื่องมากกว่าเวอร์ชั่นก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา รวมทั้งรูปแบบดีไซน์การใช้งานต่าง ๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้มากยิ่งขึ้น 

 

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ iPhone

วิธีประหยัดแบตฯ iPhone บน iOS 10

1 ปิดฟีเจอร์ Raise to Wake

ฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อม iOS 10 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้ให้เปิดหน้าจอได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ยก iPhone ขึ้นมาดูหน้าจอก็จะเปิดทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มโฮมหรือปุ่ม Power แต่การทำงานของฟีเจอร์ Raise to Wake นั้นใช้พลังงานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เนื่องจากอาศัยการทำงานร่วมระหว่าง Motion Coprocessors ซึ่งส่งผลให้เครื่องมีการทำงานมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยสามารถปิดการฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > Display & Brightness และปรับ Raise to Wake เป็น Off

2. เปิดฟีเจอร์ Reduce Motion

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้มากขึ้น เนื่องจากการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Reduce Motion จะช่วยลดการแสดงผลกราฟิกหน้าจอขณะใช้งาน หรือลดการใช้งานแอนิเมชั่นเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น เวลาที่เรากดปุ่มโฮม หรือเปิด-ปิดแอพฯ ต่าง ๆ เป็นต้น โดยสามารถเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่ Settings > General > Accessibility และเลือกเปิด Reduce Motion

3. เปิดโหมด Lower Power Mode

โหมดประหยัดพลังงานที่ผู้พัฒนาเคลมว่าจะช่วยยืดแบตเตอรี่ iPhone ขึ้นอีก 1 ชั่วโมง โดยสามารถเข้าไปเปิดโหมด Lower Power Mode ได้ที่ Settings > General > Battery แล้วเลือกเปิด Lower Power Mode เพียงเท่านี้โหมดประหยัดแบตเตอรี่ก็จะปรับแต่งการใช้งานที่ไม่จำเป็นในส่วนต่าง ๆ ให้น้อยลงทันที

4. ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh

ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำงานตลอดเวลาขณะที่ iPhone มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ส่งผลให้แบตเตอรี่หมดไวขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถเข้าไปปิดฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > General และเลือกปิด Background App Refresh

5. ปิดโหมด Auto-Brightness

ผู้ใช้ควรเลือกปรับระดับความสว่างของจอ iPhone ให้พอเหมาะกับการใช้งาน หรือปิดโหมด Auto-Brightness เพื่อลดการใช้พลังงานภายในเครื่อง อันเป็นเหตุทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display & Brightness แล้วปรับความสว่างจอให้น้อยลงที่ Brightness หรือเลือกปิด Auto-Brightness เพื่อปิดการใช้งานปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ

6. ลบแอพฯ ที่กินแบตฯ เยอะออกหากไม่ใช้งาน

สามารถเข้าไปเช็กแอพฯ ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่เยอะได้ที่ Settings > General > Battery จากนั้นจะพบข้อมูลการใช้งานแอพฯ ต่าง ๆ ขึ้นมาให้เห็น เช่น แอพฯ ใดถูกเปิดใช้งานไปแล้วกี่นาที หรือแอพฯ ใดถูกเปิดค้างไว้แต่ไม่ได้ใช้งานไปแล้วกี่นาที โดยจะแสดงเป็นเปอร์เซ็น ซึ่งหากพบว่าแอพฯ ใดที่อยู่ในข่ายสูบแบตเตอรี่เยอะและไม่ค่อยใช้งานให้ลบออกทันที ซึ่งถือเป็นวิธีประหยัดแบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย

7. ปิด Wi-Fi Assist

เป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยสลับไปมาระหว่างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi และ Cellular (3G/4G) เช่น หากสัญญาณ Wi-Fi ที่จับอยู่อ่อนลง หรือไม่มีสัญญาณระบบก็จะเปลี่ยนไปใช้ Cellular แทนทันที ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว โดยสามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิด Wi-Fi Assist

8. ปิด Bluetooth

น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้แบตเตอรี่ iPhone ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ก็คือการปิดสัญญาณ Bluetooth เมื่อไม่ใช้งาน เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติ โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกปิด Bluetooth

9. ปิด Location Services

การเปิดใช้งาน Location Services เพื่อค้นหาสถานที่หรือพิกัดต่าง ๆ ที่คุณอยู่ปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องใช้งานตลอดเวลาให้ปิดการใช้งานจะดีกว่า ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy > Location Services จากนั้นให้เลือกเป็น While Using สำหรับแอพฯ ที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ และ Never สำหรับแอพฯ ที่ไม่ใช้งาน

10.  ปิดการดึงข้อมูลแอพฯ อีเมลอัตโนมัติ

เนื่องจากแอพฯ อีเมลจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดึงจดหมายใหม่เข้ามา ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องเช็กอีเมลบ่อย ๆ ให้ปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Mail, Contacts, Calendars > Fetch New Data แล้วเลือกปิด Push และเลือก Manually

11. เปิดฟีเจอร์ Facedown Detection

ฟีเจอร์ที่จะช่วยลดพลังงานการใช้หน้าจอลงอันเป็นสาเหตุของการสูบแบตเตอรี่ เพียงคว่ำเครื่องลงเวลาที่มีการแจ้งเตือนต่าง ๆ เข้ามา เช่น มีสายเรียกเข้า หรือแอพฯ ต่าง ๆ เด้งเตือน เป็นต้น จอก็จะดับลงทันที เหมาะสำหรับเวลาไม่สะดวกรับสาย หรือติดงานอยู่ และหน้าจอจะสว่างขึ้นต่อเมื่อผู้ใช้งานหยิบเครื่องขึ้นมาดู โดยเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings > Privacy > Motion & Fitness แล้วเลือกเปิด Fitness Tracking ทั้งนี้ฟีเจอร์ Facedown Detection สามารถใช้งานได้กับ iPhone 5s ขึ้นไปเท่านั้น

12.  ปิดอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ

ปิดการอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ เพื่อป้องกันอินเทอร์เน็ต 3G/4G รั่วไหลโดยไม่รู้ตัว และเพื่อช่วยลดพลังงานแบตเตอรี่เกินจำเป็นลง เนื่องจากการอัพเดทแอพฯ แต่ละครั้งค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร ยิ่งมีแอพฯ ออกมาให้อัพเดทพร้อม ๆ กันหลายแอพฯ ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าปิดการอัพเดทอัตโนมัติได้ที่ Settings > iTunes & App Store แล้วเลือกปิดที่หัวข้อ Apps

13. เลือกแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ

การตั้งค่าแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ บน iPhone น่าจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ ได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่ Settings > Notifications แล้วเลือกแอพฯ ที่ไม่ต้องการให้แจ้งเตือนด้วยการปิด Allow Notifications ของแอพฯ นั้น ๆ ส่วนแอพฯ ที่ต้องการให้แจ้งเตือนก็ให้เลือกเปิดเอาไว้

14. ปิด Personal Hotspot เมื่อไม่ใช้งาน

การแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณ Wi-Fi ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว ฉะนั้นผู้ใช้ควรปิด Personal Hotspot ทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว และเพื่อป้องกันการรั่วไหลอินเทอร์เน็ต 3G/4G ผ่านช่องทางดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว โดยให้เข้าไปที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิดที่ Personal Hotspot

15. เปิดโหมด Airplane Mode

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ iPhone บน iOS 10 สุดท้ายที่แนะนำก็คือการเปิดโหมด Airplane Mode หรือโหมดเครื่องบิน ซึ่งโหมดดังกล่าวจะส่งผลให้ระบบเครือข่ายมือถือต่าง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เช่น 3G/4G, Wi-Fi และ Bluetooth เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว และที่สำคัญโหมดดังกล่าวยังช่วยทำให้ iPhone ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกเปิด Airplane Mode

แสดงความเห็น

comments