ออกกำลังกายอย่างไร ลดไขมันส่วนเกิน โดยไม่ให้เสียกล้ามเนื้อ

          ไขมันส่วนเกิน อาจศัตรูตัวฉกาจของการมีหุ่น ฟิต แอนด์ เฟิร์ม มาดูวิธีกำจัดไขมันออกจากร่างกายโดยไม่เสียมวลกล้ามเนื้อกันเถอะ

          สำหรับคนที่อยากมีรูปร่างสวยและดูสุขภาพดี การเผาผลาญไขมันส่วนเกินถือเป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นประจำ ซึ่งหลาย ๆ คนมักจะเลือกใช้วิธีการออกกำลังกายหนัก ๆ เพื่อเบิร์นไขมันออก แต่จริง ๆ แล้ววิธีเหล่านั้นไม่ได้เบิร์นไขมันออกเพียงเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออีกด้วย แล้วเราจะใช้วิธีไหนให้ไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายและยังมีกล้ามเนื้อสวย ๆ วันนี้นำวิธีมาฝากกันจากเว็บไซต์ aworkoutroutine.com ค่ะ ขอบอกเลยล่ะว่าง่ายกว่าที่คิด แถมยังได้ผลชัวร์ 100% เลย
ไขมันส่วนเกิน เบิร์น

 1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ

          โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่สุดที่ควรได้รับอย่างเพียงพอในทุกวัน เพราะมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ โดยสูตรคำนวณโปรตีนต่อวัน ก็คือทาน 1 กรัม ต่อทุกน้ำหนัก 1 ปอนด์ (0.45 กิโลกรัม) เช่น หากคุณหนัก 45 กิโลกรัม คุณก็ควรทานโปรตีนให้ได้ 100 กรัม ระหว่างช่วงที่คุณกำลังต้องการเบิร์นไขมัน ก็จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปในขณะที่คุณกำลังเบิร์นไขมัน  แถมยังช่วยสร้างเสริมกล้ามเนื้อของคุณให้แข็งแรงอีกด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วนนะคะ ตราบใดที่คุณรับประทานโปรตีนไขมันน้อยคุณก็วางใจได้เลยว่าจะไม่มีไขมันสะสมเพิ่มให้หนักใจค่ะ

 2. ออกกำลังกายด้วยการโหนบาร์

          คนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อผิด ๆ ว่าการโหนบาร์ หรือการยกน้ำหนัก ไม่ได้ช่วยเบิร์นไขมันออกจากร่างกายได้ จึงไปหักโหมออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นที่ทำให้เบิร์นไขมันได้ และละเลยการรักษากล้ามเนื้อให้ยังคงแข็งแรง ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วการโหนบาร์และยกน้ำหน้กเป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยทำให้คุณสามารถเบิร์นไขมันได้โดยไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามไปด้วย นอกจากนี้ยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเราแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการรักษากล้ามเนื้อของเราให้ยังแข็งแรงในช่วงที่กำลังลดปริมาณไขมันส่วนเกินจะช่วยทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง แถมยังทำให้ดูฟิต แอนด์ เฟิร์มด้วยล่ะค่ะ

 3. ลดความถี่และความหนักหน่วงในการเล่นเวทเทรนนิ่งลง

          ถึงแม้ว่าการการยกน้ำหนักจะช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินออกไปได้แบบไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ แต่ในช่วงลดน้ำหนักก็ไม่ควรจะเล่นเวทเทรนนิ่งให้หนักจนเกินไป และควรจะลดความถี่ในการเล่นเวทเทรนนิ่งลง  เพราะในช่วงเบิร์นไขมัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเผาผลาญไขมันออกจากร่างกาย ไม่ใช่การสร้างเสริมกล้ามเนื้อ ถ้าหากเราทั้งเบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างหนักไปด้วย แทนที่จะเบิร์นไขมันออกได้ก็อาจจะได้กล้ามเนื้อมาแทน แถมยังไขมันก็ยังอยู่อีกด้วย ดังนั้นจึงควรจะยกน้ำหนักแบบพอดีเพื่อให้มวลกล้ามเนื้อยังคงอยู่ในระดับปกตินะคะ

 4. รับประทานอาหารก่อนและหลังออกกำลังกาย

          แม้อาจจะดูขัดกับความรู้สึกไปเสียหน่อย แต่การรับประทานอาหารทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายจะช่วยทำให้คุณสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกได้โดยที่ไม่สูญเสียกล้ามเนื้อค่ะ ซึ่งจุดประสงค์หลักของการรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย คือเพื่อเป็นพลังงานให้ร่างกายในการออกกำลังกาย ส่วนการรับประทานหลังออกกำลังกายนั้นมีจุดประสงค์คือช่วยฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไปในการออกกำลังกาย

          ทั้งนี้การรับประทานอาหารไม่ใช่ว่าจะรับประทานอะไรก็ได้นะคะ แต่ควรจะรับประทานแค่เพียงคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเท่านั้น เพื่อให้คาร์โบไฮเดรตไปฟื้นฟูพลังงาน และโปรตีนช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย โดยมีสูตรการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่จะต้องรับประทานดังนี้ โดยทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต 0.25 กรัม ต่อน้ำหนัก 1 ปอนด์ (0.45 กิโลกรัม) ของน้ำหนักที่ตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ

 5. อย่าลดปริมาณแคลอรี่มากเกินไป

          หลายคนมักใช้วิธีการจำกัด หรือการลดปริมาณแคลอรี่ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยล่ะค่ะ เพราะการที่คุณจำกัดปริมาณแคลอรี่ลงจะทำให้พลังงานที่คุณต้องใช้ในการออกกำลังกายลดลงไปด้วย และเมื่อร่างกายมีพลังงานไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะดึงพลังงานจากในกล้ามเนื้อออกมาใช้ ส่งผลให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงอีกด้วย นอกจากนี้การลดปริมาณแคลอรี่ให้น้อยลงจนเกินไปยังทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูหลังจากออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ค่ะ ดังนั้นควรจะรับประทานอาหารให้ร่างกายได้รับแคลอรี่อย่างพอเหมาะจะดีกว่าค่ะ

 6. วันออกกำลังกายกินมาก – วันพักกินน้อย

          ในช่วงที่คนต้องการเบิร์นไขมันออกจากร่างกาย การรับประทานอาหารถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ถ้าหากรับประทานในปริมาณเท่ากันทุก ๆ วัน แล้วไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน ก็จะทำให้เราต้องเบิร์นมากขึ้นในวันที่ออกกำลังกาย ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายสามารถเบิร์นไขมันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่หนักหน่วงเกินไปจนเป็นอันตราย ก็ควรจะปรับปริมาณอาหาร และสารอาหารที่ได้รับต่อวัน โดยหากวันไหนออกกำลังกายก็ควรจะรับประทานให้มากขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการออกกำลังกาย และหากวันไหนที่เป็นวันพัก ก็ควรรับประทานน้อย ๆ แต่พอดีเพื่อให้ร่างกายสามารถเผาผลาญได้หมดภายในวันนั้น จะได้ไม่สะสมกลายเป็นไขมันในร่างกายไงล่ะ

 7. หยุดพักการไดเอตอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์

          เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้วิธีการลดไขมันส่วนเกินด้วยการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ซึ่งอะไรที่มากเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้นแทนที่คุณจะควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดไปตลอด คุณควรจะปล่อยให้ตัวเองมีเวลา 1 – 2 อาทิตย์ที่จะการรับประทานอาหารตามปกติบ้าง เพื่อให้ร่างกายสามารถกลับมาฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ เพราะการที่ควบคุมอาหารนาน ๆ อาจจะทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ควรจะพักหยุดพักการไดเอตในช่วงลดไขมันส่วนเกินบ่อย ๆ นะ เพราะอาจจะต้องมากลุ้มใจกับตัวเลขบนตราชั่งแทนที่จะยิ้มออกได้เพราะสามารถลดน้ำหนักได้นั่นเอง

 8. ลดการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

          การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอในช่วงที่ต้องการลดไขมันส่วนเกิน เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะหักโหมมากเกินไป ถึงแม้ว่าจะช่วยให้เผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วขึ้น แต่ก็จะส่งผลทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายอย่างหักโหมมากเกินไปคุณก็จะต้องรับประทานมากขึ้นเพื่อนำพลังงานไปทดแทนและฟื้นฟูร่างกาย ดังนั้นควรหันมาออกกำลังกายแบบเบา ๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอจะดีกว่า ถึงแม้ว่าจะให้ผลช้ากว่าการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง แต่ก็ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วกว่าค่ะ

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 8 วิธีที่นำเสนอไป หวังว่าคนที่กำลังต้องการเบิร์นไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายก็คงจะพอรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ต้องมานั่งสร้างกล้ามเนื้อกันใหม่หลังเบิร์นไขมัน เห็นไหมว่า ไม่ต้องอดอาหารก็สามารถเบิร์นไขมันได้ แค่เพียงเราตั้งใจและทำอย่างถูกวิธี เอาล่ะ อ่านจบแล้วใครที่กำลังใช้วิธีลดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีผิด ๆ อยู่ละก็รีบเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยนะจ๊ะ

แสดงความเห็น

comments